posted on 27 Oct 2009 20:34 by orange1431 in healths
ถ้าคุณอยากได้เซ็กส์ที่ร้อนแรงขึ้น ลองเข้าไปในครัวดูสิ นั่นเพราะสิ่งที่คุณกิน (หรือไม่ได้กิน) มีผลกระทบโดยตรงต่อเซ็กส์ของคุณ ด้วยการส่งผลต่อระดับฮอร์โมน พลังงาน และความเครียดของคุณ และต่อไปนี้คืออาหาร 8 ชนิด ที่ควรกินเพื่อมีชีวิตรักที่ดี
น้ำผึ้ง
ของหวานชนิดนี้เป็นแหล่งของโบรอน ซึ่งช่วยร่างกายในการเผาผลาญ และใช็ฮอร์โมนเอสโตรเจน การศึกษาบางชิ้นแสดงว่าแร่ธาตุอาจช่วยเพิ่มระดับเทสทอสเทอร์โรนในเลือด ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่รับผิดชอบในการสร้างแรงขับทางเพศ และการออกัสซึ่มทั้งชายและหญิง
ไขมันจากพืชและถั่ว
ถึงแม้จะมีชื่อเสียงไม่ดีแต่คอเลสเตอรอลเป็นพื้นฐานของฮอร์โมนเพศทุกอย่าง ถ้าคุณหรือแฟนของคุณเริ่มกินอาหารไร้ไขมันอย่างเคร่งครัด และสังเกตว่าตัวเองมีความต้องการทางเพศเฉี่อยชาลง เพิ่มไขมันที่ดีต่อสุขภาพเข้าไป และคุณจะพบว่าตัวเองคึกคักขึ้น
สาหร่ายทะเล
เป็นอีกแหล่งหนึ่งของแร่ธาตุ มันมีไอโอดีนสูง ซึ่งช่วยทำงานของไทรอยด์และจากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผู้หญิงซึ่งมีปัญหาเรื่อง ความต้องการทางเพศ อาจมีปัญหาเรื่องไฮโปธัยรอนด์ที่อาจไม่ได้แสดงออกมาในการตรวจร่างกาย ถ้าเป็นกรณีนี้ สาหร่ายทะเลสามารถช่วยได้ แต่มันอาจต้องใช้เวลาราวหนึ่งเดือนหรือมากกว่านั้นในการกินสาหร่ายเป็นประจำกว่าจะเห็นผล
อาหารทะเล สัตว์มีกระดอง
ที่จริงแล้วอาหารทะเลทุกชนิดอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของฮอร์โมนเพศ และยังสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของสมองและประสาท แร่ธาตุของอาหารทะเลอยู่ในรูปของเกลือแร่ ที่ทำให้มันพร้อมที่จะทำงานได้ทันทีในร่างกาย
ช็อกโกแลต
ของโปรดของทุกคนชนิดนี้ มีสาร เมทิลแซนไทน์ ซึ่งกระตุ้นประสาทและสร้างความพึงพอใจ ช็อกโกแลตยังมีสารทีมีสัมผัสวาบหวาม กลิ่นและสีที่ช่วยให้คุณเกิดอารมณ์ด้วย
ไข่
อุดมไปด้วยวิตามินบี โดยเฉพาะบี 6 และ บี 5 ไข่ทำให้ระดับฮอร์โมนสมดุล รักษาระดับพลังงาน และช่วยร่างกายในการรับมือกับความเครียด มันช่วยระงับการทำงานของฮอร์โมนโปรแลคติน ซึ่งมีมากๆ จะทำให้มีปัญหาทางเพศ
posted on 27 Oct 2009 20:25 by orange1431 in healths
น้ำสะอาดบริสุทธิ์
เซลล์ผิวหน้านั้นต้องการความชุ่มชื่นเพื่อดำรงความเข็มแข็งอ่อนเยาว์ให้กับผิวหน้าครับ และเป็นการเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับร่างกาย หากอยากมีสุขภาพผิวดี อ่อนเยาว์ สาวๆ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วนะครับ
ผักผลไม้
อุดมไปด้วยวิตามิน เอ และซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น มันฝรั่งหวานและแครอท อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย และต่อสู้กับอนุมูลอิสระตัวการก่อมะเร็งร้าย วิตามินซียังสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวตึงกระชับและมีเลือดฝาดอย่างเป็นธรรมชาติด้วยนะครับ
บลูเบอร์รี
อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและต้านมะเร็ง ซึ่งในบลูเบอร์รีมีสารชื่อว่า สารไฟโตเคมิคอล สารนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการลดผลกระทบจากบุหรี่ควันพิษ และสารเคมีรอบด้านซึ่งเป็นการปกป้องผิวพรรณโดยธรรมชาติ
จมูกข้าว
อุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินอี ซีลีเนี่ยม ช่วยในการชะลอความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง และเพิ่มประสิทธิภาพครีมบำรุงผิวให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถป้องกันริ้วรอยแห่งวัยได้ด้วยล่ะครับ
ปลาแซลมอน
อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 รวมทั้งมีกรดไขมันและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการดูแลสุขภาพผิว นอกจากนี้ปลาแซลมอนยังเป็นผลดีสำหรับหัวใจ และยังช่วยบำรุงผิวหนัง ผิวแห้ง ช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์สดใส
posted on 27 Oct 2009 20:10 by orange1431 in healths
วิธีง่ายๆ ที่จะป้องกันไม่ให้อาหารนั้นเป็นพิษ
ล้างมือทันทีที่จับเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อเป็ด เนื้อไก้ดิบๆ และอาหารทะเล
ใช้เขียงพลาสติดและนำไปแช่น้ำทันทีที่ใช้เสร็จ
เช็ดถูทำความสะอาดเคาน์เตอร์หรือครัวด้วยทิชชู เพราะฟองน้ำและผ้าจะเก็บเชื้อโรค
ทานอาหารที่แช่ตู้เย็นให้หมดภายใน 3 วัน
เนื้อสัตว์ดิบๆ ที่แช่ในตู้เย็นไม่ควรแช่นานเกิน 3 วัน ควรทานให้หมด
เนื้อไก่หรือเป็ดควรทำให้สุกจนข้างในไม่มเป็นสีชมพู และเนื้อแห้งดี เวลาหั่นต้องไม่มีน้ำซึมออกมา
อาหารทะเลที่แช่ในตู้เย็นควรทำทานให้หมดภายใน 2 วัน หลีกเลี่ยงการทานหอยดิบปลาดิบ เวลาปรุงอาหารควรปรุงจนหนังปลามีสีเข้ม และใช้ซ่อมบิออกได้ง่าย
นมและไข่ ควรทานนมให้หมดภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนผลิตภัณฑ์เนยนมอย่างอื่น ทานให้หมดภายใน 2 วัน ไข่ไม่ควรซื้อไข่บุบ เวลาทำอาหาร ควรให้สุกทั้งไข่แดงและไข่ขาว
ผักและผลไม้ ล้างโดยเปิดน้ำให้ไหลผ่าน 10-15 วินาที เด็ดใบที่ไม่เขียวออกแล้วนำไปแช่ตู้เย็น ผลไม้ที่เปลือกแตกหรือช้ำ ควรทิ้งไปซะ ส่วนมากผลไม้มักจะเก็บไว้ได้ 4 วัน ส่วนแอ๊ปเปิ้ลหรือผลไม้ที่แข็งๆ จะเก็บไว้ได้ 2 สัปดาห์
posted on 27 Oct 2009 20:01 by orange1431 in healths
ใครที่ชอบฟังเพลงเสียงดัง ๆ ทราบหรือไม่ว่าอาจส่งผลเสียต่อปอด วันนี้เรารู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน…
ดร.จอห์น ฮาร์วีย์ โรงพยาบาลเซาท์มีดในบริสบอล ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า อาการปอดล้มเหลวที่เรียกว่า อาการนูโมโทแรกซ์ อาจจะมีสาเหตุใหญ่มาจากการฟังเพลงที่มีเสียงดัง ๆ ได้ หลังจากพบว่าคนไข้ชาย 4 รายเกิดอาการดังกล่าวขึ้น หลังจากอยู่ในคอนเสิร์ต หรือเปิดเพลงฟังในรถส่วนตัวที่มีการติดตั้งเบสเพิ่มกำลังสูงขึ้นเป็น 1,000 วัตต์ ดร.จอห์น สันนิษฐานว่า เสียงดังสนั่นหวั่นไหวนั้นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยแยกในปอด เพราะอากาศและเนื้อเยื่อในปอด จะตอบสนองต่อปฏิกิริยาทางเสียงแตกต่างกัน
อาการดังกล่าวส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ และชีวิตของผู้ป่วยก็จะตกอยู่ในอันตราย ตามปกติแล้วความเสี่ยงที่จะมีอาการปอดล้มเหลว มักจะมีสาเหตุจาการสูบบุหรี่ หรืออาการเจ็บป่วยที่ทำให้ผู้ป่วยอ่อนแอลง การเป็นโรคเกี่ยวกับปอดอย่างเรื้อรัง หรือการใช้ยาหรือสารที่มีฤทธิ์ระงับความตื่นตัวและยากดประสาท เช่น ยานอนหลับ บาบิทูเรต ยาสลบ หรือแอลกอฮอล์ แต่จากรายงานใหม่นี้คงต้องเพิ่มปัจจัยเสี่ยงเรื่องเสียงเพลงดัง ๆ เข้าไปด้วย
แต่การฟังเพลงก็มีประโยชน์เหมือนกัน เพราะนอกจากจะทำให้เพลิดเพลินแล้ว ยังช่วยให้ผ่อนคลายด้วย แต่ก็ต้องเลือกจังหวะดนตรีกันหน่อย อย่างเช่น ดนตรีคลาสสิก หรือดนตรีประกอบเสียงธรรมชาติ เช่น น้ำไหล ลมพัด เสียงนก เหล่านี้สามารถนำมาใช้เป็นดนตรีบำบัดได้
รู้อย่างนี้แล้ว ฟังเพลงครั้งต่อไปก็เปิดให้ดังพอประมาณ อย่าดังจนเกิดไป เพื่อสุขภาพที่ดีของปอด
posted on 27 Oct 2009 19:59 by orange1431 in healths
เพราะวัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือนของผู้หญิง อาจเป็นการก้าวเข้าสู่ช่วงแห่งความร่วงโรยของผิวหนัง ที่เริ่มเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น หมองคล้ำ ไม่ชุ่มชื้นอย่างที่เคย ซึ่งปัญหาที่กล่าวมานั้นดูจะสร้างความกังวลให้กับผู้หญิงวัยทองไม่ใช่น้อย วันนี้ นำสูตรเครื่องดื่มจาก แอพริคอต แอปเปิ้ล และพีช ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณ และลบเลือนริ้วรอยมาฝากสาววัยทองลองปรุงดื่มกัน
รู้กันก่อนว่าผลไม้ที่รวมอยู่ในเครื่องดื่มนั้นให้คุณประโยชน์อย่างไรบ้าง เริ่มจาก ‘แอปเปิ้ล’ ที่นำมาใช้ในเครื่องดื่มแก้วก่อน ๆ เป็นประจำ เพราะมากด้วยโพแทสเซียม กำมะถัน เหล็ก แมกนีเซียม วิตามินบี1 บี2 และบี6 ช่วยลดความตึงเครียด ล้างพิษในตับและไต พร้อมสารต้านอนุมูลอิสระ กรดมาลิกและแทนนิก ดีต่อระบบย่อยอาหาร เส้นใยแพ็กตินในแกนผล ยังช่วยทำความสะอาดลำไส้เล็กได้อย่างดีเยี่ยม
สำหรับ ‘แอพริคอต’ นั้น เป็นผลไม้ที่ชื่อและหน้าตาไม่ค่อยคุ้นเคย มีสีเหลืองทอง เปี่ยมไปด้วยกรดมาลิก ทำความสะอาดลำไส้เล็ก แต่ที่โดดเด่นนั้นคือสารเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยต้านความเสื่อมโทรมและความร่วงโรยของเซลล์และเนื้อเยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เบต้าแคโรทีนจะมีปริมาณมากในผลที่มีสีเข้ม
ส่วน ‘พีช’ หรือลูกท้อ มีวิตามินซี กรดโฟลิก เบต้าแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโพแทสเซียม ที่จะเข้าไปทำความสะอาดลำไส้เล็กและใหญ่
ส่วนผสมที่ควรเตรียมให้ได้สัดส่วนนั้นประกอบด้วย
- แอพริคอต 2 ถ้วย
- แอปเปิ้ล 1 ถ้วย
- พีช 1 ถ้วย
ขั้นตอนในการปรุง เพียงหั่นแอปเปิ้ลเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ส่วนแอพริคอตและพีช หลังจากล้างน้ำจนสะอาด ให้ผ่าครึ่งแล้วเอาเมล็ดออกและหั่นพอหยาบ นำส่วนผสมทั้งหมดไปสกัดพร้อมกันโดยใช้เครื่องสกัดน้ำผักและผลไม้ ก่อนดื่มเติมน้ำแข็งป่นเพิ่มความเย็นสดชื่นให้กับเครื่องดื่มแก้วนี้ได้.
posted on 27 Oct 2009 19:57 by orange1431 in healths
วิธีแรก
ลดสิ่งกระตุ้นที่มีผลทำให้ปวดฟันเพิ่มขึ้น หรือทำให้ประสาทฟันบาดเจ็บมากขึ้น
เช่น - ของเย็นจัด : น้ำแข็ง ไอศกรีม
- ของร้อนจัด : น้ำร้อน ชาร้อน กาแฟร้อน อาหารร้อน
- อาหารที่มีรสหวานจัด รสเปรี้ยว
ลดการกระทบกระแทกกับฟันซี่นั้นๆ
อาการปวดฟันจะเป็นมากขึ้น ถ้าฟันซี่นั้นถูกกระแทกบ่อยๆ หรือตัวฟันสูงกว่าซี่อื่นๆ บางครั้งฟันถูกหนุนลอยตัวขึ้นมาเพราะมีหนอง มีการติดเชื้อที่ปลายรากฟันจากฟันผุหรือโรคเหงือกอักเสบ
วิธีง่ายๆ คือ รับประทานอาหารที่ไม่ต้องใช้แรงเคี้ยวมาก เช่น อาหารนิ่มๆ ไม่ควรเคี้ยวอาหารแข็งๆ หรือเหนียวๆ เนื้อเหนียวๆ ที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมาก อีกวิธีคือ เลี่ยงไปเคี้ยวอีกด้าน
ถ้าอาการปวดจากเศษอาหารติดฟัน อาการจะเป็นมากถ้าอาหารถูกอัดแน่นในซอกเหงือกเป็นเวลานานๆ วิธีที่ดีที่สุดให้รีบเอาเศษอาหารเหล่านั้นออกให้เร็วที่สุด โดยการใช้ Dental floss อย่าใช้ไม้จิ้มฟัน
ถ้ามีฟันผุทะลุโพรงประสาทฟันและเป็นหนองปลายรากฟัน และมีอาการบวมเห็นได้ชัด การใช้น้ำร้อนช่วยประคบบริเวณที่บวมภายนอกช่องปากช่วยลดอาการปวดฟันได้ดี และช่วยเพิ่มการระบายหนองได้ดีขึ้น ก็จะบรรเทาอาการปวดชะงัดทีเดียว
น้ำมันกานพลู เป็นยาที่ช่วยลดอาการปวดฟันที่มีการใช้มาเป็นเวลานานแล้ว โดยใช้สำลีชุบน้ำมันกานพลู แล้วอุดลงไปในรูที่ผุ ฤทธิ์ของน้ำมันกานพลูจะออกฤทธิ์เป็นยาแก้ปวดฟันที่ดีมาก
posted on 27 Oct 2009 19:44 by orange1431 in healths
ผ่อนคลายอาการเมื่อยล้าที่เท้า ด้วยการผสมเกลือประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ลงในน้ำอุ่นที่จะใช้แช่เท้าทั้งสองข้าง ด้วยวิธีนี้จะช่วยให้รู้สึกคลายความเมื่อยล้าของเท้าลงได้ หลังจากที่ต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานาน
posted on 27 Oct 2009 19:44 by orange1431 in healths
ลดรอยช้ำรอบดวงตา ลดอาการตาบวมหลังร้องไห้ ด้วยวิธีง่าย ๆ คือ ผสมเกลือ 1 ช้อนชา ในน้ำร้อน 1/2 ถ้วย ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำเกลือ ปิดตาไว้สัก 5-10 นาที รอยช้ำจะค่อย ๆ จางลง วิธีนี้ดูจะเป็นที่นิยมในหมู่คนทำงานที่มักนอนดึก อดนอน
posted on 27 Oct 2009 19:41 by orange1431 in healths
คุณๆ ที่มีปัญหาเรื่องอาการหน้ามันทุก 5 นาที อาการสาวๆ หน้ามันเนี่ยมันทำให้หนุ่มที่เดินข้างๆ รู้สึกเสียอารมณ์สุดๆ ช่วยโบ๊ะหน่อยก็ดี แต่บางคนยิ่งโบ๊ะก็ยิ่งเยิ้ม ไปกันใหญ่เลยค่ะคุณ เอาเป็นว่าเรามาแก้ปัญหาที่ต้นเหตุกันดีกว่า ด้วยวิธีแสนจะง่ายและปราศจากผลข้างเคียงแน่นอนค่ะ
1. นำสตอเบอร์รี่ 2 ลูกล้างให้สะอาด แตงกวา 1 ลูกล้างให้สะอาด
2. นำมาใส่เครื่องปั่นผสมกันให้ละเอียด
3. แล้วนำมาพอกหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตาและรอบปาก ประมาณ 20 นาที
4. เสร็จแล้วก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ
แค่นี้ก็ช่วยได้แล้วจ้า เพราะจะช่วยกระชับรูขุขนให้ระเอียดขึ้นด้วย และอาจจะใช้สัปปะรดฝานบางๆ แช่เย็นไว้ แล้วนำมาวางบนหน้า ซัก 10 นาทีต่อ ก็จะช่วยเรื่องหน้ามันได้อีกด้วยค่ะ ขอแนะนำว่าอาทิตย์นึงทำซักครั้งก็พอนะคะ
posted on 27 Oct 2009 18:18 by orange1431 in healths
คือ ภาวะที่ร่างกายมีเม็ดเลือดแดงจำนวนน้อยกว่าปกติ ซึ่งอาการที่เห็นได้ชัดคือ ซีด เหลือง เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย สาเหตุส่วนใหญ่ของการเป็นโรคนี้คือ การขาดธาตุเหล็ก ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง เมื่อรู้อย่างนี้แล้วผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโลหิตจางก็ควรต้องทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแหล่งของอาหารธาตุเหล็กสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
ธาตุเหล็กชนิดที่อยู่ในเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ รวมถึงอาหารทะเล อาหารในกลุ่มนี้จะมีธาตุเหล็กสูง และดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับอาหารที่มีวิตามินสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ มะม่วง สับปะรด บร็อคโคลีและดอกกะหล่ำ จะยิ่งช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น ดังนั้นจึงควรรับประทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีร่วมด้วยทุกวัน เพื่อช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย
ธาตุเหล็กชนิดที่มีอยู่ในไข่และพืช เช่น ผักใบเขียวจัด เช่น ผักคะน้า ผักบุ้ง ตำลึง เป็นต้น รวมถึงเมล็ดถั่วแห้งต่างๆ ก็มีธาตุเหล็กสูงเช่นกัน แต่ธาตุเหล็กในกลุ่มนี้จะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ไม่ดีเท่ากับธาตุเหล็กที่มีอยู่ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารที่มีวิตามินซีสูงจะช่วยเพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็กในพืชได้เช่นกัน